วิจารณ์ภาพยนตร์หลังจากภาคแรกและภาคสอง สร้างปรากฏการณ์แดนซ์กระหึ่มจอ และด้วยรายได้ 12 ล้านบาท และ 37 ล้านบาทตามลำดับ และใน STEP UP ภาค 3 ที่ได้ผู้กำกับคนเดิม จอห์น ชู จากภาค 2 มากำกับภาพยนตร์ในภาคนี้อีกครั้ง พร้อมทีมงานออกแบบท่าเต้นที่เรียกว่าเป็นแถวหน้าของวงการเพลง และได้ทีมนักเต้นที่มารวมตัวกันกว่า 250 ชีวิตเพื่อร่วมเฟรมฉากเต้นที่เร้าใจ และยิ่งใหญ่ที่สุดกลาง เซ็นทรัลปาร์ค นิวยอร์ก และนอกจากฉากเต้นที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ในภาคสามนี้ ดีกรีความฮอตของนักแสดงไม่น้อยลงไปกว่าเดิม แถมเพิ่มเติมความแรงเป็น 3 เท่า ทันทีที่เห็นหน้าหล่อๆ และรอยยิ้มสวยๆ ของทั้งคู่แล้ว รับรองได้ว่าจะหลายคนต้องแอบเคลิ้ม และยิ่งถ้าได้เห็นลีลาการแดนซ์ของทั้งคู่ เตรียมตัวหัวใจละลายกันได้เลย ในส่วนของพระเอกคนใหม่ของ step up ภาค 3 นี้ คือ “ริค มาลามบรี้” นายแบบหนุ่มผู้เคยฝากผลงานในภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ Surrogates “ชาร์นิ วิลสัน” สาวสวยจากซีรีย์ยอดนิยม CSI : NEW YORK ร่วมด้วยหนุ่มน้อยนักเต้นอัจฉริยะจาก STEP UP 2 อดัมส์ เซวานิ ริคให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของการเข้าร่วมโปรเจ็คนี้ว่า “ผมโตขึ้นมาโดยมีพื้นฐานการเต้นเบรคแด๊นซ์ และผมก็หลงไหลโลกของการเต้นและเสียงดนตรีมาถึงปัจจุบัน เมื่อผมได้ยินว่ามีการคัดตัวนักแสดงนำของเรื่องนี้ ผมจึงคิดว่าน่าจะหยิบความหลงไหลส่วนตัวมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ผมพยายามอย่างหนักในการทดสอบบท สุดท้ายแล้วมันก็ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่า Step Up 3 มีเรื่องราวที่ยอดเยี่ยม ซึ่งผสมผสานกับท่วงท่าการเต้นที่จะทำให้คุณอ้าปากค้าง นี่คือโปรเจ็คหนังที่ใหญที่สุดในชีวิตของผมแล้ว” และเมื่อเคมีดีๆ อย่างนายแบบหนุ่มหล่อหุ่นเท่ห์ ที่ทั้งเต้นเก่งและมีความสามารถด้านการแสดงแล้ว ส่วนผสมที่ลงตัวของเขาก็คือ นางเอกสาวสวยชาวออสเตรเลีย ที่ผันตัวเองมาโลดแล่นในฮอลลีวู้ดได้ระยะหนึ่ง นั่นคือ “ชาร์นิ วิลสัน” และ Step up 3 ก็เป็นผลงานชิ้นสำคัญเรื่องแรกเช่นกัน และเส้นทางในการเข้าร่วมทีมของหนังเรื่องนี้ ก็เช่นเดียวกับ ริค คือการเข้าไปทดสอบบท และในที่สุดบทนางเอกของภาคนี้ ก็ตกเป็นของเธอ ถึงแม้ว่าทั้ง นิค และ ชาร์นิ จะมีพื้นฐานการเต้นที่ดีมาแล้วทั้งคู่ แต่ก็ยังต้องฝึกโหดสำหรับการเต้นที่เพอร์เฟ็ค ทั้งคู่ใช้เวลในการฝึกนาน 7 สัปดาห์ ซึ่งแต่ละวันจะใช้เวลาฝึกยาวนานถึง 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็จะเข้าถ่ายทำ และใช้เวลาถ่ายทำยาวนานกว่า 3 เดือน เทรนเนอร์ในการฝึกทึ่งกับทั้งคู่ และเอ่ยปากชมว่า อึดยิ่งกว่านักกีฬาโอลิมปิคอีก นอกจากการเต้นแล้ว ยังต้องฝึกพิเศษอื่นๆ อีก เช่น คาโอเปร่า ศิลปะการต่สู้ของชาวบราซิล และ พาคัวร์ ซึ่งก็เป็นสไตล์ฟรีรันนิ่ง ที่ต้องกระโดดและตีลังกาอย่างอิสระบนท้องถนน
สำหรับหนังเรื่องนี้ข้อมูลส่วนใหญ่ที่พูดเป้นเสียงเดียวกันว่า สนุกมาก เป็นหนังที่ดี ครบทุกอารทณ์
แต่ข้อเสียคือหนังสั้นไปนิด เต้นน้อยไปหน่อย แต่โดยรวมคือสุดยอกมากๆๆๆจากภาพยนตรือยากให้มีภาค 4 ต่อนี่คือเสียงคนที่ชม ทั้งโลก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น